หน้าหลัก > บทความ > ประกันอุบัติเหตุกลุ่ม สวัสดิการที่พนักงานควรรู้
08
พ.ย.
2561
ประกันอุบัติเหตุกลุ่ม สวัสดิการที่พนักงานควรรู้
ประกันอุบัติเหตุกลุ่ม สวัสดิการที่พนักงานควรรู้

                     พนักงานหรือนายจ้างคงจะคุ้นเคยกับคำว่า ประกันแบบกลุ่ม หรือประกันอุบัติเหตุกลุ่ม สวัสดิการที่มอบประโยชน์ให้ทั้งลูกจ้างและนายจ้าง  กรมธรรม์ประกันภัยที่เหมาะสำหรับองค์กรหรือกลุ่มบุคคลหลายคน ไม่ว่าคุณจะเป็นพนักงานบริษัทเอกชนหรืออยู่ในหน่วยงานรัฐบาล ก็ควรจะให้ความสำคัญกับสวัสดิการหรือสิทธิ์ที่คุณควรจะได้รับ พบกับ “ประกันอุบัติเหตุกลุ่ม ” สวัสดิการที่พนักงานควรรู้

                     ในปัจจุบันไม่ว่าคุณจะมีตำแหน่งระดับหัวหน้าหรือพนักงานธรรมดา นอกจากความท้าทายในสายงาน เงินเดือน ความมั่นคง วัฒนธรรมหรือสังคมในองค์กรแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการเลือกงานคือ “สวัสดิการ” การเติบโตในหน้าที่การงานหรือความท้าทายอาจไม่จูงใจเสมอไปหากพนักงานได้รับผลตอบแทนที่ไม่เหมาะสม โดยแต่ละองค์กรควรมีสวัสดิการพื้นฐาน เช่น การตรวจสุขภาพประจำปี โบนัส ค่าทำงานล่วงเวลา ประกันสังคม และประกันกลุ่มต่างๆ เป็นต้น หลายคนอาจยังไม่เข้าใจว่าประกันกลุ่มที่กล่าวมาคืออะไร ให้ความคุ้มครองอะไรบ้าง ดังนั้นเรามาทำความรู้จัก “ประกันกลุ่ม” ให้ดีขึ้นกันดีกว่า  

                     ประกันแบบกลุ่มคือ ประกันที่จะคุ้มครองบุคคลหลายคนภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยเดียวกัน บริษัทประกันภัยจะออกกรมธรรม์ฉบับเดียวให้แก่นายจ้าง โดยนายจ้างจะเป็นผู้ถือกรมธรรม์และลูกจ้างเป็นผู้เอาประกัน มีหลายประเภท เช่น ประกันชีวิตกลุ่ม ประกันทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงกลุ่ม ประกันสุขภาพกลุ่ม และ ประกันอุบัติเหตุกลุ่ม เป็นต้น


อัตราเบี้ยประกันแบบกลุ่ม

                     แน่นอนว่าเบี้ยประกันแบบกลุ่มย่อมถูกกว่าเบี้ยประกันรายบุคคล หากจำนวนคนมีมากอัตราเบี้ยประกันจะยิ่งลดลง ยกตัวอย่างเช่น กรณีที่คนในกลุ่มมีจำนวน 20-49 คน เบี้ยประกันจะลดลง 10% หรือกรณีที่คนในกลุ่มมีจำนวนมากกว่า 200 คนขึ้นไป จะได้เบี้ยประมาณลดลง 25% เป็นต้น

หมายเหตุ : หากเป็นประกันกลุ่มประเภทนักเรียน นิสิต นักศึกษา เบี้ยประกันภัยจะน้อยกว่าบุคคลทั่วไป แต่อย่างไรก็ตามเบี้ยจะถูกลงเท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่กับระดับการศึกษาด้วย อย่างเช่น ระดับอนุบาล หรือ ระดับประถม เบี้ยประกันจะถูกที่สุด โดยระดับอาชีพจะมีเบี้ยที่สูงสุด
 

3.png

 

                     บางคนทำงานสายอาชีพที่อยู่กับความเสี่ยงตลอดเวลา แล้วเราจะจัดการกับความเสี่ยงเหล่านั้นอย่างไร อีกหนึ่งประกันกลุ่มที่องค์กรควรให้ความใส่ใจ คือ ประกันอุบัติเหตุ นั่นเอง โดยอาชีพแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ตามระดับความเสี่ยงในการทำงาน ดังนี้

  1. อาชีพงานประจำ

  2. อาชีพที่ต้องปฏิบัติงานข้างนอกกลางแจ้งตลอดเวลา

  3. อาชีพด้านการช่าง ผู้อยู่ในกระบวนการผลิต ผู้ใช้แรงงาน ต้องเดินทางออกไปข้างนอกตลอดเวลา

  4. อาชีพที่มีความเสี่ยงสูงมากกว่าอาชีพอื่นๆ อย่างเช่น นักแสดงโลดโผน

โดยอาชีพที่มีความเสี่ยงน้อยเบี้ยประกันก็จะน้อยลงด้วย ส่วนอาชีพที่มีความเสี่ยงมากเบี้ยประกันก็จะมาขึ้นตามลำดับ

 
2.png

 

ประกันอุบัติเหตุกลุ่ม

                     “ประกันอุบัติเหตุแบบกลุ่มจะให้ความคุ้มครองในกรณีที่ผู้เอาประกันเสียชีวิตหรือสูญเสียอวัยวะ มือ เท้า หรือ สายตา ที่เกิดจากอุบัติเหตุ อีกทั้งชดเชยค่ารักษาพยาบาลเมื่อเกิดอาการบาดเจ็บจากการเกิดอุบัติเหตุอีกด้วย  
ไม่ว่าจะเป็นกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุแบบ PA หรือ อุบัติเหตุกลุ่ม แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังต่อไปนี้ คือ
 

แบบที่ 1  - อบ.1  มีความคุ้มครอง 4 ความคุ้มครอง

  1. การเสียชีวิต หรือ สูญเสียอวัยวะและสายตา
  2. การทุพพลภาพถาวร
  3. การทุพพลภาพชั่วคราว บางส่วน
  4. ค่ารักษาพยาบาล

แบบที่ 2 - อบ. 2 ให้ความคุ้มครองเพิ่มเติมจาก อบ.1  ดังนี้

  1. ความคุ้มครองการทุพพลภาพถาวรบางส่วนด้วย
  2. คุ้มครองการสูญเสียนิ้ว
  3. การสูญเสียการพูดและการออกเสียง
  4. การสูญเสียการรับฟัง    
 
1.png

 

ประโยชน์ของสวัสดิการประกันอุบัติเหตุกลุ่มสำหรับพนักงานหรือลูกจ้าง

  • พนักงานมีหลักประกันในการได้รับความคุ้มครองจากบริษัทประกันภัย
  • พนักงานได้ผลประโยชน์สูงสุดเทียบเท่ากับการทำประกันอุบัติเหตุแบบ PA
  • ประหยัดค่ารักษาพยาบาลในยามที่เกิดอุบัติเหตุ
  • ในกรณีที่ลูกจ้างเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพ ครอบครัวของลูกจ้างจากได้รับค่าชดเชยจากบริษัทประกันภัย และช่วยบรรเทาความเดือนร้อนที่เกิดขึ้นได้

 

ประโยชน์ของประกันอุบัติเหตุแบบกลุ่มสำหรับนายจ้าง

  • ต้นทุนต่ำลง เนื่องจากเบี้ยประกันถูกกว่าประกันอุบัติเหตุแบบ PA ยิ่งจำนวนพนักงานมากยิ่งถูกลงมาก นอกจากนั้นยังส่งผลดีสำหรับการวางแผนการเงินขององค์กรล่วงหน้า เนื่องจากประกันอุบัติเหตุกลุ่มมีเบี้ยประกันที่คงที่แน่นอนนั่นเอง
  • สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่องค์กร เนื่องจากประกันแบบกลุ่มถือเป็นสวัสดิการพื้นฐานที่องค์กรพึงมี อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่ที่มีต่อพนักงานอีกด้วย
  • ด้วยความที่พนักงานได้รับสิทธิ์คุ้มครองเทียบเท่ากับประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล จึงช่วยให้นายจ้างลดปัญหาการเรียกร้องขอค่าชดเชยจากครอบครัวพนักงาน ในกรณี พนักงานเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพ จากอุบัติเหตุ
  • ค่าเบี้ยประกันสามารถนำมาหักภาษีล่วงหน้าได้


                     และนี่คือประกันอุบัติเหตุกลุ่มสิ่งที่พนักงานควรรู้ เพื่อให้เข้าใจถึงสิทธิ์และประโยชน์ที่ควรจะได้รับ สำหรับนายจ้างหรือพนักงานที่ต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันอุบัติเหตุแบบกลุ่ม หรือสนใจประกันอุบัติเหตุแบบ PA สามารถอ่านรายละเอียดได้ที่ http://www.thaipat.co.th/Products/Personal-Accident.aspx ให้คุณได้อุ่นใจกับแผนคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคล คุ้มครองทั่วโลก 24 ชั่วโมง











 
Share to Twitter