ปลายฝนต้นหนาวแบบนี้ หลายคนคงกำลังวางแผนเตรียมขึ้นเขารับอากาศเย็นสบายพร้อมชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม หากคุณจ้างรถรับจ้างขึ้นไปก็วางใจได้ส่วนหนึ่งเนื่องจากมีคนขับท้องถิ่นที่ชำนาญทาง แต่สำหรับผู้ที่ขับรถไปด้วยตนเองจำเป็นต้องรู้เทคนิคการขับรถที่ปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขับรถขึ้นเขาที่มีเส้นทางคดเคี้ยวลาดชัน พบกับ 6 เคล็ดลับขับรถขึ้นเขาอย่างไรให้ปลอดภัย
1. ตรวจเช็คสภาพรถยนต์ให้พร้อม
สิ่งแรกที่ควรคำนึงถึงคือรถยนต์คู่ใจของคุณควรมีสภาพสมบูรณ์พร้อมสำหรับขับขึ้นเขา ควรเช็คความพร้อมการใช้งานของเบรกและคลัทช์ โดยเฉพาะผู้ที่ใช้เกียร์ธรรมดา นอกจากตรวจสอบสภาพรถยนต์แล้ว ยังต้องดูด้วยว่าเครื่องยนต์ของคุณมีกำลังพอที่จะขึ้นเขาหรือไม่ โดยปกติเครื่องยนต์ที่เหมาะแก่การขึ้นเขาควรมีกำลังมากกว่า 1500 CC นั่นเอง
2. ใช้เกียร์ต่ำ ห้ามใช้เกียร์ว่าง
ในขณะขับรถขึ้นเขาหรือขับรถลงเขาควรใช้เกียร์ต่ำ เพื่อให้ส่งแรงขึ้นเนินได้และไม่ไหลลงมาเร็วเกินไป หากใช้เกียร์อัตโนมัติสามารถใช้เกียร์ 2 หรือ L และเปลี่ยนไปใช้เกียร์ D ได้ในขณะที่ขับบนทางราบ ในกรณีที่รถเสียกำลังให้คุณเปลี่ยนเกียร์ ไม่ควรลากยาวจนหมดแรงส่ง เพราะอาจเป็นสาเหตุทำให้เครื่องยนต์ดับได้ ห้ามใช้เกียร์ว่างเด็ดขาด การใช้เกียร์ว่างหรือการปล่อยรถไหลลงมาจากทางชันอาจทำให้ระบบเกียร์พังได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงเนื่องจากรถจะไหลลงจากที่สูงด้วยความรวดเร็ว หากโชคร้ายก็ไม่สามารถควบคุมทิศทางหรือเบรกได้เลย
สรุปคือขับขึ้นเขาควรใช้เกียร์ 1 หรือ เกียร์ 2 หากคุณใช้เกียร์สูงอย่างเกียร์ 3,4 หรือ 5 จะทำให้เครื่องยนต์ไม่มีกำลังมากพอ อีกทั้งยังเปลืองน้ำมันโดยไม่จำเป็นอีกด้วย
หมายเหตุ : อย่าเปลี่ยนเกียร์ในขณะที่ฝนตก เพราะจะทำให้รถเสียการทรงตัวและก่อให้เกิดอุบัติเหตุตามมา
3. เทคนิคการขับรถในทางโค้ง
ขึ้นชื่อว่าภูเขาแล้วเส้นทางก็จะคดเคี้ยวยากต่อการขับขี่ หากเป็นไปได้ควรให้คนที่นั่งข้างคนขับช่วยดูทางด้วย ในกรณีโค้งรูปตัว S ควรมองให้ลึกให้ไกล และใช้วิธีตัดโค้งเมื่อแน่ใจว่าไม่มีรถสวนมาเพื่อช่วยให้รถทรงตัวได้และเข้าโค้งได้ไวเพราะยางรถจะยึดติดกับถนนดี
เช่น คุณต้องการเข้าโค้งด้านใดก็ตาม ก่อนเข้าโค้งนั้นให้คุณถอยและหักพวงมาลัยด้านตรงข้ามกับทางคุณต้องการจะเข้าโค้งเพื่อทำโค้งให้กว้างขึ้น
โค้งหักศอกนี้ควรมีคนช่วยดูรถทางด้านซ้ายโดยมองด้านบนก่อนเสมอ พร้อมทั้งกดแตรรถส่งสัญญาณป้องกันอุบัติเหตุจากรถยนต์ที่สวนลงมา หลักการเช่นเดียวกับโค้งรูปตัว S คือหักพวงมาลัยไปด้านตรงข้ามกับโค้งที่ต้องการจะเข้า
เช่น หากคุณต้องการเข้าโค้งขวาให้คุณหักพวกมาลัยซ้าย เป็นต้น ในขณะที่ขับขึ้นไปรถจะมีแรงต้านมากทำให้ขับได้ช้า ควรคืนพวงมาลัยและเร่งเครื่องเป็นระยะๆ จนกระทั่งพ้นโค้ง การขับรถลงเขาแบบนี้ ไม่ควรใช้ความเร็ว ค่อยๆ ลงโดยใช้เบรกชะลอความเร็ว แต่ไม่ควรเหยียบเบรกแรงเพราะจะทำให้รถเสียการทรงตัวและเกิดการพลิกคว่ำได้
4. เว้นระยะเบรก ไม่ขับเร็ว
ไม่ว่าคุณจะขับรถขึ้นเขาหรือขับรถลงเขา สิ่งที่ควรตระหนักอีกอย่างหนึ่งคือระยะเบรก ไม่ควรเบรกกะทันหันเพราะอาจทำให้รถที่ตามมาเกิดอุบัติเหตุ ควรเลี้ยวรถและดึงพวกมาลัยไปที่ไหล่ทาง เพื่อเว้นระยะในการเบรก
ไม่ควรขับรถเร็วโดยเด็ดขาด เนื่องจากการขับรถบนเขาแน่นอนว่าวิสัยทัศน์อาจจะไม่ดีมากนัก อาจมีรถสวนลงมาโดยที่คุณไม่ทันตั้งตัว หรือเส้นทางลูกรังขรุขระที่มีหินมากมาย ล้ออาจจะลอยตัวได้ในขณะที่คุณกำลังเข้าโค้ง จึงไม่ควรขับไวและอย่าลืมว่าเราไม่ชำนาญเส้นทางเหมือนคนท้องถิ่น
5. ห้ามเหยียบเบรก เหยียบคลัทช์ตลอดเวลา
การขับรถลงเขาต้องแตะเบรกเป็นระยะๆ หรือแตะเบรกเมื่อจำเป็นเท่านั้น ไม่ควรเหยียบเบรกแช่ไว้ตลอดเวลา เพราะการใช้เบรกตลอดเวลาอาจทำให้เบรกเกิดความร้อนจนกระทั่งเบรกไหม้และทำให้เบรกไม่สามารถใช้งานได้อีก ก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตต่อตนเองและคนรอบข้าง
นอกจากไม่ควรเหยียบเบรกตลอดเวลาแล้ว การใช้คลัทช์ก็เช่นเดียวกัน โดยคลัทช์จะเชื่อมต่อแรงฉุดผ่านเกียร์ไปยังล้อ หากเราเหยียบคลัทช์ในขณะที่รถกำลังแล่น จะส่งผลให้รถยนต์ไม่เกาะถนน ยิ่งไปกว่านั้นหากกำลังหักเลี้ยวหรือถนนลื่น อาจทำให้รถเสียการทรงตัวทันที เพราะฉะนั้นควรเหยียบคลัทช์ตอนเปลี่ยนเกียร์เท่านั้น
6. รถเสียกลางเขา ชิดซ้ายเข้าข้างทาง
โดยปกติแล้วเราควรขับชิดขอบซ้ายของทางเดินรถโดยยึดกึ่งกลางเส้นทางเป็นหลัก ในกรณีที่เส้นทางไม่มีการแบ่งเลนขึ้นลงที่ชัดเจน หากอยู่ในสถานการณ์โชคร้าย รถยนต์คู่ใจของคุณดันเสียขึ้นมาควรเคลื่อนย้ายรถให้ชิดซ้ายที่สุดเช่นกัน พร้อมเปิดไฟฉุกเฉินเป็นสัญญาณให้รถคันอื่นๆ รับรู้ และโทรขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน หรือโทรสอบถามบริษัทประกันว่าประกันรถยนต์ของคุณมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินในพื้นที่นั้นหรือไม่
และนี่คือ 6 เคล็ดลับขับรถขึ้นเขาอย่างไรให้ปลอดภัย นอกจากมีสติและไม่ประมาทแล้วยังต้องหมั่นตรวจเช็กสภาพรถยนต์ของคุณให้พร้อมทุกการเดินทาง สำหรับผู้ที่สนใจทำประกันรถยนต์ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
http://www.thaipat.co.th/Products/Car.aspx ไทยพัฒนาประกันภัย ประกันภัยรถยนต์ที่ครบวงจร พร้อมทั้งบริการฟรี ช่วยเหลือฉุกเฉินรถเสีย 24 ชั่วโมง ทั่วประเทศ ให้คุณอุ่นใจทุกวันที่ขับขี่
ที่มา :
http://www.khaoko.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=575914&Ntype=6