หน้าหลัก > บทความ > โดนชนแล้วหนีควรทำอย่างไร ประกันชั้นไหนคุ้มครองบ้าง
18
ธ.ค.
2562
โดนชนแล้วหนีควรทำอย่างไร ประกันชั้นไหนคุ้มครองบ้าง
โดนชนแล้วหนีควรทำอย่างไร ประกันชั้นไหนคุ้มครองบ้าง
          อุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แม้ว่าเราจะอยู่ในความไม่ประมาทและมีสติทุกเส้นทางที่ขับขี่ แต่ในทางกลับกันรถยนต์คันอื่นๆ ก็สามารถขับมาเฉี่ยวชนเราได้ หากมีการเจรจากับคู่กรณี ไม่ว่าจะโทรเรียกประกันมาช่วยเคลียร์หรือตกลงค่าเสียหายกันโดยไม่มีปัญหาก็ถือว่าโชคดีไป แล้วถ้าเกิดโชคร้าย “โดนชนแล้วหนี” ขึ้นมาจะทำอย่างไร ? ไทยพัฒนาประกันภัยขอเสนอข้อควรปฏิบัติเมื่ออยู่ในสถานการณ์ชนแล้วหนี เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ขับขี่บนท้องถนน ก่อนอื่นมาดูกันว่าประกันรถยนต์แต่ละชั้นให้ความคุ้มครองอะไรบ้าง 

 

โดนชนแล้วหนีประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจให้ความคุ้มครองไหม ?

ประกันรถยนต์ชั้น 1 : ประกันชั้น 1 คือประกันภัยรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองที่ครบถ้วนที่สุด รวมถึงการโดนรถยนต์คันอื่นชนแล้วหนี โดยคุณไม่จำเป็นต้องระบุคู่กรณีก็ได้

ประกันรถยนต์ชั้น 2+ : ให้ความคุ้มครองรถหาย/ไฟไหม้และคุ้มครองอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันเท่านั้น รวมถึงกรณีชนแล้วหนี แต่ต้องเป็นรถยนต์ที่มีป้ายทะเบียนและจำเป็นต้องระบุคู่กรณีได้จึงจะสามารถเคลมประกันรถยนต์ได้นั่นเอง

ประกันรถยนต์ชั้น 3+ : ลักษณะความคุ้มครองใกล้เคียงกับประกันชั้น 2+ โดยให้ความคุ้มครองอุบัติเหตุรถยนต์ชนกัน ต้องเป็นรถยนต์ที่มีป้ายทะเบียนและจำเป็นต้องระบุคู่กรณีได้

ประกันรถยนต์ชั้น 2 : คุ้มครองรถหาย/ไฟไหม้ซึ่งไม่ให้ความคุ้มครองรถยนต์ที่เอาประกันแต่จะคุ้มครองรถยนต์ของคู่กรณีเท่านั้น เท่ากับว่าประกันชั้น 2 ไม่ให้ความคุ้มครองกรณีชนแล้วหนีนั่นเอง

ประกันรถยนต์ชั้น 3 : ให้ความคุ้มครองเพียงรถยนต์คู่กรณีในอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันเท่านั้น หมายความว่าหากคุณโดนรถคันอื่นชนแล้วหนีก็จะไม่ได้รับความคุ้มครองใดๆ เช่นเดียวกับประกันชั้น 2

สรุปง่ายๆ ว่า นอกจากประกันชั้น1 ที่ให้ความค้มครองทุกกรณีแล้ว ประกันภัยรถยนต์ชั้นอื่นที่ไม่มีเครื่องหมาย “+” อย่าง ประกันชั้น 2 และชั้น 3  จะไม่ให้ความคุ้มครองกรณีชนแล้วหนี เนื่องจากประกันภัยรถยนต์ดังกล่าวให้ความคุ้มครองเฉพาะรถยนต์ของคู่กรณี ซึ่งคู่กรณีได้หนีความผิดไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดคุณจึงต้องรับผิดชอบด้วยตนเอง
ส่วนประกันชั้น 2+ และ 3+ จะคุ้มครองอุบัติเหตุชนแล้วหนีก็ต่อเมื่อคุณสามารถระบุคู่กรณีได้เท่านั้น ซึ่งนั่นทำให้เห็นถึงความสำคัญของกล้องติดรถยนต์ที่หลายๆ คนมองข้ามไป

โดนชนแล้วหนี พ.ร.บ.รถยนต์คุ้มครองไหม ?
ประกันรถยนต์ภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ.รถยนต์ ที่เจ้าของรถยนต์ต้องทำตามกฎหมาย ให้ความคุ้มครองเจ้าของรถยนต์และบุคคลทั่วไปที่ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน ในกรณีที่ได้รับบาดเจ็บหรือได้รับความเสียหายต่อร่างกาย โดยให้ความคุ้มครองในรูปแบบของเงินชดเชยและค่ารักษาพยาบาลตามที่กฎหมายกำหนด สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ พ.ร.บ รถยนต์ สิทธิประโยชน์ที่ผู้ขับขี่จำเป็นต้องรู้

 

โดนชนแล้วหนีต้องทำอย่างไร ?

1. ตรวจสอบความคุ้มครองประกันภัยรถยนต์ของคุณ
ตรวจสอบความคุ้มครองประกันภัยของคุณว่าให้ความคุ้มครองกรณีชนแล้วหนีหรือไม่ หากทำประกันชั้น 2 หรือ ชั้น 3 ไว้ ไม่ต้องเสียเวลาโทรไปเรียกประกันหรือรอเคลมประกันรถ เนื่องจากประกันดังกล่าวไม่ให้ความคุ้มครองรถยนต์ของผู้เอาประกันนั่นเอง

2. โทรเรียกบริษัทประกัน
หากคุณทำประกันชั้น 1 ประกันชั้น 2+ และ 3+ ไว้ ให้โทรเรียกบริษัทประกันได้เลย

3. แจ้งเคลมประกันรถยนต์
เมื่อพนักงานประกันภัยมาถึงที่เกิดเหตุ แจ้งและลำดับเหตุการณ์ที่เกิดอุบัติเหตุอย่างละเอียด 
หากทำประกันชั้น 1 ไว้ บริษัทประกันจะออกใบเคลมให้ รวมถึงประกันชั้น 2+ และ 3
+ ที่สามารถระบุคู่กรณีได้ เช่น มีกล้องติดรถยนต์ช่วยบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและเห็นเลขทะเบียนรถยนต์ของคู่กรณี ก็สามารถนำมาเป็นหลักฐานในการเคลมประกันรถได้เช่นกัน

4. ไม่มีคู่กรณี หรือไม่สามารถระบุได้
•    กรณีที่เป็นประกันชั้น 1 : บริษัทประกันจะทำหน้าที่ไล่เบี้ยหรือตามหาคู่กรณีที่ก่อเหตุให้เอง
•    กรณีประกันชั้น 2+ หรือ 3+ :  จำเป็นต้องหาหลักฐานที่สามารถระบุรถยนต์ที่ก่อเหตุด้วยตนเอง อย่างเช่นขอภาพจากกล้องวงจรปิดแถวที่เกิดเหตุ หรือถ้ามีกล้องติดรถยนต์ก็จะช่วยได้เยอะ

หากท้ายที่สุดแล้วไม่สามารถรู้เลขทะเบียนของคู่กรณีได้ ไม่ว่าจะเป็นประกันชั้น 1 ประกันชั้น 2+ หรือ3+ ก็ต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรก หรือค่าเอ็กเซส (Excess) เนื่่องจากไม่สามารถระบุคู่กรณีให้ได้ = ไม่มีคู่กรณี ไม่ว่าจะเคลมสดหรือเคลมแห้งก็ตาม โดยจะเสียค่าเสียหายส่วนแรกตามที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ การเคลมประกันรถ เคลมสด-เคลมแห้ง แตกต่างกันอย่างไร

5. แจ้งความบันทึกประจำวัน
แจ้งความบันทึกประจำวันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ตำรวจออกเอกสารเป็นหลักฐานประกอบการแจ้งเคลมประกัน หรือในกรณีไม่สามารถระบุตัวคู่กรณีได้สามารถนำใบแจ้งความใช้เป็นหลักฐานในการขอดูกล้องวงจรปิดในละแวกที่เกิดเหตุ ส่วนกรณีที่ทราบเลขทะเบียนรถยนต์คู่กรณี คู่กรณีจะถูกเชิญมาสอบปากคำ และสามารถเรียกบริษัทประกันมาออกใบเคลมที่สถานีตำรวจได้เช่นเดียวกัน

          ทั้งหมดนี้คือคำตอบของคำถามที่ว่า “โดนชนแล้วหนีควรทำอย่างไร ประกันชั้นไหนคุ้มครองบ้าง” เชื่อว่ามีหลายคนเพิ่งจะเห็นความสำคัญของกล้องติดรถยนต์ก็ตอนโดนชนแล้วหนีนี่เอง จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าการติดกล้องที่รถยนต์นั้นช่วยผู้ขับขี่ได้มาก ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเก็บหลักฐานในการเคลมประกันรถ ป้องกันการชนแล้วหนี อีกทั้งยังช่วยลดเบี้ยประกันรถยนต์ได้อีกด้วย สำหรับผู้ที่สนใจประกันภัยรถยนต์สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.thaipat.co.th/Products/Car.aspx ไทยพัฒนาประกันภัย ประกันภัยรถยนต์ที่ครบวงจร พร้อมบริการสินไหมทดแทนที่รวดเร็วและเป็นธรรม
 
Share to Twitter