หน้าหลัก > บทความ > รวม 6 ที่เที่ยวแบบแอดเวนเจอร์ที่ต้องลองซักครั้งในชีวิต
05
ธ.ค.
2562
รวม 6 ที่เที่ยวแบบแอดเวนเจอร์ที่ต้องลองซักครั้งในชีวิต
รวม 6 ที่เที่ยวแบบแอดเวนเจอร์ที่ต้องลองซักครั้งในชีวิต
          ปีใหม่นี้เที่ยวไหนดี ? สำหรับนักเดินทางหรือนักท่องเที่ยวที่ต้องการความท้าทายส่งท้ายปี บอกลาการท่องเที่ยวแบบเดิมๆ แล้วจัดกระเป๋า เตรียมร่างกายให้พร้อม เผชิญกับการเดินทางอย่างยากลำบากแต่จะพบกับความงดงามทางธรรมชาติที่ล้ำค่า หรือกระตุ้นสารอะดรีนาลินให้หัวใจพลุ่งพล่านกับกิจกรรมแอดเวนเจอร์มากมาย ไทยพัฒนาประกันภัยขอเสนอ 6 ที่เที่ยวแอดเวนเจอร์ ที่คุณต้องลองซักครั้งในชีวิต จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย
 

1. สัมผัสเสน่ห์ธรรมชาติที่ เลห์ ลาดักห์, อินเดีย

6ที่เที่ยว1.jpg
ขอบคุณรูปภาพจาก Shutterstock
 
          เริ่มที่ เลห์ ลาดักห์ สถานที่ท่องเที่ยวที่คุณจะต้องตกหลุมรัก โดยเฉพาะสายเที่ยวแบบแอดเวนเจอร์ ตั้งอยู่ที่ทางตอนเหนือสุดของประเทศอินเดีย เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์บนดินแห่งเทือกเขาหิมาลัย หรือ "ทิเบตน้อย" ที่ผสมผสานวัฒนธรรมทิเบตและอินเดียได้อย่างลงตัว ด้วยความสูงระดับน้ำทะเล 3,500-5,500 เมตร ทำให้อากาศเบาบางมากกว่าปกติ นักท่องเที่ยวที่จะไปต้องเตรียมร่างกายให้แข็งแรง เพราะการเดินทางค่อนข้างลำบาก ออกซิเจนในการใช้หายใจน้อย ทำให้เหนื่อยได้ง่ายๆ แต่ก็คุ้มค่าที่จะไปอย่างแน่นอน

          โดยมีให้เลือกเที่ยว 2 แบบ สำหรับใครที่อยากสัมผัสอากาศหนาวเย็นและวิวทิวทัศน์ที่ถูกปูด้วยหิมะขาวโพลน สามารถเที่ยวได้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-เดือนมีนาคม หรือสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความสดใส ดื่มด่ำกับบรรยากาศธรรมชาติที่สวยงาม เช่ามอเตอร์หรือจักรยานเที่ยวตากอากาศเย็นสบายในหน้าร้อนของเลห์ แนะนำให้ไปในเดือนมิถุนายน - เดือนสิงหาคม จะดีที่สุด
 

2. สกายไดรฟ์เหนือนครดูไบ

6ที่เที่ยว2.jpg
ขอบคุณรูปภาพจาก Shutterstock
 
          มิชชั่นที่หลายคนอยากทำซักครั้งหนึ่งในชีวิต กระตุกต่อมอะดรีนาลินของคุณด้วย "สกายไดรฟ์" หนึ่งในกิจกรรมแอดเวนเจอร์ที่ท้าทายและหลุดโลกที่สุด ล่องลอยอยู่เหนือน่านฟ้านครดูไบ พร้อมกับวิวทิวทัศน์รอบตัวที่ไกลสุดลูกหูลูกตา ตื่นตาตื่นใจไปกับหมู่เกาะต้นปาล์ม หรือ The Palm Jumeirah ด้านล่าง ในมุมมองที่ไม่ได้หาดูได้ง่ายๆ ด้วยตาของคุณเอง

          นักท่องเที่ยวจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลและกระโดดไปด้วยกัน นอกจากนั้นยังมีตากล้องคอยบันทึกภาพและวีดีโอในขณะที่กระโดดอีกด้วย เพื่อความปลอดภัยนักท่องเที่ยวควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด อีกทั้งประกันการท่องเที่ยวก็เป็นสิ่งสำคัญ หากทำประกันท่องเที่ยวต่างประเทศไว้หรือประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล อย่าลืมดูเงื่อนไขที่ตกลงไว้ในกรมธรรม์ว่าครอบคลุมอุบัติเหตุจากกิจกรรมท้าทายดังกล่าวหรือไม่ เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้
 

3. ว่ายน้ำกับจระเข้ ดาร์วิน, ออสเตรเลีย

6ที่เที่ยว3.jpg
ขอบคุณรูปภาพจาก IG : crocosauruscove
 
          ไม่ใช่แค่ความสูง ความหนาวเหน็บและความลำบากเท่านั้นที่น่าท้าทาย จะเกิดอะไรขึ้นหากคุณได้ลองว่ายน้ำท่ามกลางฝูงจระเข้ยักษ์ กับ "Cage of death" ที่ Crocosaurus Cove สถานที่จัดแสดงสัตว์เลื้อยคลานแห่งเมืองดาร์วิน ประเทศออสเตรเลีย ที่ขึ้นชื่อเรื่องกิจกรรมผจญภัยแบบ Outdoor มีการแสดงจระเข้กว่า 200 ตัว และอนุญาตให้นักท่องเที่ยวลงไปในกรงกระจก ขนาด 5.5 เมตร ว่ายน้ำกับเหล่าเพชรฆาต 1-2 คน ต่อครั้ง โดยมีเพียงกรงกระจกเท่านั้นที่ขวางกั้นคุณกับสัตว์สุดอันตราย ภายในเวลา 15 นาทีให้คุณชมฝูงจระเข้ได้รอบตัว 360 องศา

          มีเจ้าหน้าที่คอยควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ให้เกิดอันตรายกับนักท่องเที่ยว ในบางครั้งเจ้าหน้าที่จะล่อให้จระเข้เข้ามาวนเวียนรอบตัวนักท่องเที่ยวโดยการใช้อาหารหรือของเล่น ยิ่งเพิ่มความสนุกและท้าทายมากขึ้นไปอีก
 

4. เปิดมุมมองใหม่ พาราไกด์ดิ้ง ควีนส์ทาวน์, นิวซีแลนด์

6ที่เที่ยว4.jpg
ขอบคุณรูปภาพจาก Shutterstock

          ผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบแอดเวนเจอร์ไม่ควรพลาดกิจกรรมนี้ ไม่เพียงแต่สร้างความตื่นเต้นและหวาดเสียว แต่พาราไกด์ดิ้งจะสร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่คุณ โดยการใส่ร่มชูชีพลอยตัวอยู่บนอากาศ ดื่มด่ำไปกับความงดงามของเมืองควีนทาวส์และธรรมชาติ ผืนน้ำทะเลและป่าสีเขียว ในมุมมองเดียวกันกับนกที่บินอย่างอิสระบนท้องฟ้า

          เดินทางขึ้นไปบนยอดเขาเพื่อไปยังจุดกางร่ม เมื่อติดอุปกรณ์เรียบร้อยแล้ว เมื่อเจ้าหน้าที่แจ้งให้วิ่งต้องวิ่งอย่างทันที ลมจะพัดเข้ามาและร่มของคุณก็จะกางออกและลอยขึ้นไปพร้อมผู้บังคับทิศทาง  แต่หากเจ้าหน้าที่แจ้งให้หยุดวิ่ง นักท่องเที่ยวก็ต้องหยุดทันทีเช่นเดียวกัน ไม่เช่นนั้นจะเกิดอันตรายได้ เนื่องจากร่มไม่กางออกนั่นเอง
 

5. ล่าแสงเหนือที่ไอซ์แลนด์

6ที่เที่ยว5.jpg
ขอบคุณรูปภาพจาก Shutterstock

          ความฝันของใครหลายๆ คน คือครั้งหนึ่งในชีวิตต้องได้เห็นแสงเหนือ ซึ่งประเทศที่มีปรากฏการณ์แสงเหนือก็มีไม่มากนัก หนึ่งในนั้นคือไอซ์แลนด์ ที่สามารถมองเห็นแสงเหนือได้ 8 เดือนต่อปี ตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงปลายเดือนเมษายน ซึ่งถือเป็นโอกาสในการล่าแสงเหนือที่ดีที่สุด แต่อย่างไรก็ตามไม่ใช่ทุกคนที่โชคดี ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่างเช่น สภาพอากาศ ดวงอาทิตย์ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นในช่วงนั้นด้วย หากคืนนั้นเป็นค่ำคืนที่มืดสนิท ฟ้าโปร่ง ก็จะเพิ่มโอกาสในการมองเห็นมากยิ่งขึ้น แต่ต้องไม่มีแสงสว่างจากไฟฟ้ารบกวน

           ด้วยสภาพอากาศที่หนาวเหน็บนักท่องเที่ยวจำเป็นต้องเตรียมร่างกายและเสื้อผ้าให้พร้อม เพื่อตั้งแคมป์รอปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ไม่สามารถเอาแน่เอานอนได้ แต่หากโชคดีได้เห็นก็คุ้มค่าและเป็นประสบการณ์ที่คุณจะไม่มีวันลืมอย่างแน่นอน
 

6. โดดบันจีจัมพ์ที่สูงที่สุดในโลก, มาเก๊า

6ที่เที่ยว6.jpg
ขอบคุณรูปภาพจาก Macautower

          ปิดท้ายกับการท้าทายแรงโน้มถ่วงด้วยบันจีจัมพ์ที่สูงที่สุดในโลก ดิ่งลงจากมาเก๊าทาวเวอร์อย่างอิสระด้วยความสูง 223 เมตร ซึ่งเป็นตึกที่สูงเป็นอันดับ 10 ของโลก ด้วยเชือกเคเบิ้ลที่แข็งแรงนักท่องเที่ยวสามารถเล่นได้อย่างปลอดภัย พร้อมกับถุงลมด้านล่างที่ออกแบบมาพิเศษเพื่อรองรับผู้เล่นนั่นเอง เมื่อกระโดดเสร็จเรียบร้อยจะได้รับใบประกาศนียบัตรและเสื้อยืดเป็นที่ระลึก นอกจากกิจกรรมบันจีจัมพ์และการชมวิวแบบพาโนรามา 360 องศาแล้ว มาเก๊าทาวเวอร์ยังมีกิจกรรมท้าให้คุณลองอีกอย่างเช่น สกายจัมพ์ สกายวอล์คและทาวเวอร์ ไคล์ม เป็นต้น

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ยังไม่รู้ว่าต้นปีใหม่นี้ไปไหนดีหรือสำหรับผู้ที่อยากท้าทาย หรือตั้งเป้าหมายที่เที่ยวแอดเวนเจอร์ที่ต้องลองซักครั้งในชีวิต ยิ่งตื่นเต้นกับกิจกรรมแอดเวนเจอร์มากแค่ไหน ยิ่งต้องมีตัวช่วยในการลดความเสี่ยง อย่าลืมซื้อประกันการเดินทางหรือประกันอุบัติส่วนบุคคลที่ให้ความคุ้มครองอย่างครอบคลุม สำหรับผู้ที่สนใจประกันการท่องเที่ยวต่างประเทศ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.thaipat.co.th/Products/Personal-Accident.aspx ให้ความคุ้มครองตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าคุณจะอยู่มุมไหนบนโลกใบนี้
Share to Twitter